8 มค 69

          เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงพลังงาน (ค.ต.ป.พน.) นำโดยนายศิริศักดิ์  วิทยอุดม ประธานกรรมการ  พร้อมด้วยคณะกรรมการ และ นายเพทาย   หมุดธรรม หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานโครงการด้านพลังงาน ณ สถาบันปอเนาะบ้านอุ่นไอรัก ตำบลบาโระ อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี โดยเปิดโอกาสให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคความมั่นคง และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ได้แก่ สำนักงานพลังงานจังหวัดปัตตานี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ภาค 4 (กอ.รมน. ภาค 4) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) มูลนิธิบ้านอุ่นไอรัก และคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงพลังงาน (ค.ต.ป.พน.)  เข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนิน โครงการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ให้แก่ สถาบันปอเนาะบ้านอุ่นไอรัก ซึ่งเป็นศูนย์ฟื้นฟูและบำบัดผู้เสพยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และเพื่อบูรณาการความร่วมมือในการขับเคลื่อนโครงการด้านพลังงานทดแทนด้านอื่น ๆ หรือดำเนินโครงการที่มีจำเป็นเพิ่มเติม ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในพื้นที่ในระยะต่อไป

          จากการบูรณาการความร่วมมือที่ผ่านมา สามารถดำเนินการติดตั้งระบบ Solar Rooftop ด้วยงบประมาณรวม 1.5 ล้านบาท โดยได้รับการสนับสนุนแผงโซลาร์เซลล์จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้และภาคีเครือข่าย ส่งผลให้สถาบันปอเนาะสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้าจากเดือนละ 70,000 บาท เหลือประมาณ 40,000 บาท หรือลดลงร้อยละ 30–40 และมีระยะเวลาคืนทุนประมาณ 5 ปี อีกทั้งยังช่วยรองรับแผนการขยายศักยภาพการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดเพิ่มขึ้นในอนาคต

          ทั้งนี้ ค.ต.ป.พน.ได้นำข้อเสนอแนะจากการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนมาจัดทำเป็นรายงานเสนอผู้บริหารเพื่อรับทราบและมอบหมายให้สำนักงานพลังงานจังหวัดปัตตานีจัดทำข้อเสนอโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากส่วนกลางและกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ตลอดจนส่งเสริมการบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทั้งด้านการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน การส่งเสริมอาชีพ  การทำการเกษตรเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านอาหาร และการพัฒนาคุณภาพชีวิต  อันจะนำไปสู่การสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนและการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนต่อไป