กระทรวงพลังงานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นทุกภาคส่วน เดินหน้าจัดทำ Energy Transition Roadmap พร้อมเตรียมปรับโครงสร้างองค์กรรับมือความท้าทายด้านพลังงาน
.
วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 นางพัทธ์ธีรา สายประทุมทิพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดการสัมมนาเพื่อเผยแพร่ความรู้และรับฟังความคิดเห็นต่อการจัดทำ “แผนที่นำทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของกระทรวงพลังงาน” (Energy Transition Roadmap) จัดโดย กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักงานปลัดกระทรวงพลังงาน ร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร โดยการสัมมนาในครั้งนี้มีกลุ่มเป้าหมายผู้มีส่วนร่วมจากหลากหลายภาคส่วน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐทั้งภายในและภายนอกกระทรวงพลังงาน รัฐวิสาหกิจ ภาคการศึกษา ภาคเอกชน และองค์การมหาชน เข้าร่วมระดมความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งในรูปแบบการเข้าร่วม ณ สถานที่จัดงาน (Onsite) และผ่านระบบออนไลน์ (Online)
.
นางพัทธ์ธีรากล่าวว่า ปัจจุบันภาคพลังงานของไทยกำลังเผชิญบริบทการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ทั้งจากความผันผวนด้านภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะสถานการณ์ในตะวันออกกลางช่วงต้นปี 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกและความมั่นคงทางพลังงาน ตลอดจนการเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศ ภายหลังรัฐบาลได้ประกาศนโยบายสำคัญต่อรัฐสภาเมื่อเดือนเมษายน 2569 ในการมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2593 การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจึงนับเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อโครงสร้างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตประชาชน และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
.
จากกระบวนการเปิดรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการสัมมนาครั้งนี้ ส่งผลให้กระทรวงพลังงานบรรลุผลการดำเนินงานที่สำคัญ 2 ประการ ได้แก่ 1) การได้มาซึ่ง “แผนที่นำทางการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของกระทรวงพลังงาน” ที่ครอบคลุมทุกมิติ และ 2) ได้รับข้อเสนอแนะเชิงนโยบายที่สำคัญในประเด็น “แนวทางการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงพลังงาน” เพื่อให้สามารถรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะนำผลจากการมีส่วนร่วมและข้อเสนอแนะทั้งหมดที่ได้ ไปใช้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการทบทวนและปรับปรุงโครงสร้างการดำเนินงานของกระทรวงพลังงานในระยะต่อไป ตลอดจนขับเคลื่อนแผนที่นำทางฯ ไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อยกระดับให้กระทรวงพลังงานสามารถรับมือกับความท้าทายในอนาคตได้อย่างทันท่วงที ควบคู่ไปกับการรักษาสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การเติบโตทางเศรษฐกิจ และพร้อมสนับสนุนการพัฒนาประเทศไปสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน